ริบบิ้นไว้อาลัย
รู้จัก “Lemon Law” ร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับแรก  สินค้าชำรุดบกพร่องใน 6 เดือน ผู้ขายต้องรับผิดชอบทุกกรณี

รู้จัก “Lemon Law” ร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับแรก สินค้าชำรุดบกพร่องใน 6 เดือน ผู้ขายต้องรับผิดชอบทุกกรณี

รู้จัก “Lemon Law” ร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับแรก สินค้าชำรุดบกพร่องใน 6 เดือน ผู้ขายต้องรับผิดชอบทุกกรณี

อ่านให้ฟัง

          ปัจจุบันเชื่อว่าหลายท่านคงประสบกับปัญหาซื้อรถใหม่แต่เข้าศูนย์ซ่อมไม่จบ ซื้อมือถือมาใหม่แล้วพังตั้งแต่สัปดาห์แรก หรือซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ต้องส่งซ่อมซ้ำหลายรอบ ที่ผ่านมาผู้บริโภคต้องเป็นฝ่ายรับภาระพิสูจน์ว่า “สินค้ามีปัญหามาตั้งแต่ต้น” ขณะที่การรับประกันสินค้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดหลายกรณีผู้บริโภคต้องนำสินค้าเข้าซ่อมซ้ำหลายครั้งโดยไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน และหากต้องการใช้สิทธินอกเหนือจากการซ่อมแซม ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีในชั้นศาล ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง

          จากปัญหาที่ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระดังกล่าว จึงมีการผลักดันร่าง
พระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Lemon Law” เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องพิสูจน์สินค้าชำรุดเอง มาเป็นผู้ขายที่ต้องรับผิดชอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง หากสินค้าเกิดความชำรุด ล่าสุด ร่างพระราชบัญญัติความรับผิด เพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนนำส่งให้รัฐสภาเพื่อพิจารณาต่อไป
          โอกาสนี้
@จันทรา วุฒิสภาไทย จึงขอนำเสนอสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติความรับผิด เพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ให้ทุกท่านได้ทราบว่าผู้บริโภคจะได้รับสิทธิคุ้มครองอะไรบ้าง รวมถึงขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมสินค้าและบริการอย่างไร โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้   

     Lemon Law คืออะไร

          Lemon Law  คือกฎหมายที่คุ้มครองผู้บริโภคเมื่อซื้อสินค้าแล้วพบว่าสินค้ามีความชำรุดบกพร่อง โดยเฉพาะกรณีที่เป็นของใหม่แต่มีปัญหา ใช้งานไม่ได้ตามปกติ หรือซ่อมแล้วไม่หาย คำว่า “Lemon” ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงมะนาวโดยตรง แต่เป็นสำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกสินค้าที่ดูดีตอนซื้อ แต่พอใช้งานจริงกลับมีปัญหา หรือพูดง่าย ๆ คือ “ของใหม่แต่พัง”


 




 

     หลักคิดของ Lemon Law
          หลักคิดของ Lemon Law  คือ ผู้บริโภคไม่ควรต้องแบกรับภาระจากสินค้าที่ชำรุดมาตั้งแต่ต้น และผู้ขายหรือผู้ผลิตควรมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ไม่ควรปล่อยให้ผู้บริโภคต้องตามซ่อมเวลาซื้อของใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือรถยนต์ไฟฟ้า สิ่งที่ทุกคนคาดหวังคือสินค้าต้องใช้งานได้สมบูรณ์ แต่ในความเป็นจริง หลายคนอาจเคยเจอปัญหา “ซื้อของใหม่แต่เสียตั้งแต่วันแรก” “ซ่อมแล้วซ่อมอีกไม่จบ” หรือ “สินค้ามีตำหนิแต่ร้านไม่รับผิดชอบ”



 




     สาระสำคัญร่างกฎหมาย “Lemon Law” ผู้บริโภคได้สิทธิอะไรบ้าง
         
สำหรับสิทธิที่ผู้บริโภคจะได้รับตามร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นหัวใจของ Lemon Law คือการทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเยียวยาที่ชัดเจน เมื่อสินค้ามีความชำรุดบกพร่อง โดยสิทธิหลักที่ถูกพูดถึงมี 4 แนวทาง ดังนี้
         
  ระยะเวลา สันนิษฐานความชำรุด สินค้าทั่วไปคุ้มครองภายใน 6 เดือนนับจากวันส่งมอบ ส่วนรถยนต์ กำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี
         
  กรอบเวลาการซ่อมแซม สินค้าทั่วไปและรถจักรยานยนต์ ต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน  ส่วนรถยนต์ ต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันรับมอบสินค้าไว้ซ่อม (หากเกินกำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิขอลดราคา เลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายได้)
         
  สิทธิการขอเปลี่ยนสินค้าใหม่ทันที กรณีพบข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ สินค้าทั่วไปเปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนได้ภายใน 14 วัน
         
  กรณีรถยนต์มีปัญหาด้านความปลอดภัย หากพบข้อบกพร่องที่กระทบต่อความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ชนิดเดียวกัน ให้แก่ผู้ซื้อทันที

 

 


 





     ครอบคลุมแค่ไหน และอะไรที่ไม่รวม
          ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว โดยครอบคลุมการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภค รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง ตลอดจนสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีผู้ให้สินเชื่อและสัญญาแลกเปลี่ยน แต่ไม่รวมสินค้าใช้แล้ว สัตว์มีชีวิต และการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง



 



 




 

          สำหรับผู้บริโภคเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่รอคอยกฎหมายฉบับนี้ และหากมีการประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายได้สำเร็จ นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย จากเดิมที่ประชาชนต้องรับภาระพิสูจน์ความบกพร่องของสินค้าเอง แต่หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศบังคับใช้ผู้ขายจะเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบสินค้ามีปัญหาชำรุดเสียหายเหล่านั้นทุกกรณีตามเงื่อนไขของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับความเป็นธรรมที่รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเผชิญกระบวนการทางกฎหมายที่ยุ่งยากเหมือนที่ผ่านมา ตลอดจนช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย ลดข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาคุณภาพสินค้า ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายสำคัญที่จะคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากสินค้าและบริการที่ไม่ได้มีคุณภาพ ให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง
          อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ผู้บริโภคควรทำเสมอ คือเก็บหลักฐานการซื้อ ตรวจสอบสินค้าทันทีหลังได้รับ และบันทึกปัญหาอย่างชัดเจน เพราะแม้ว่าจะมีกฎหมายคุ้มครองการมีหลักฐานจะช่วยให้การใช้สิทธิของผู้บริโภคง่ายขึ้นและมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น








***************************************
ที่มาข้อมูล
เว็บไซต์ไทยรัฐ, กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569, 
https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2939951

เว็บไซต์รัฐบาลไทย, สิ้นสุดการรอคอย กว่า 10 ปี! “ศุภมาส” ดัน Lemon Law ผ่าน ครม. พลิกเกมคุ้มครองผู้บริโภคยุคใหม่ สินค้าชำรุด-เสียหาย คนขายต้องรับผิดชอบทันที, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569, https://www.thaigov.go.th/th/news/165232

ที่มาภาพ
เว็บไซต์ไทยรัฐ, กฎหมาย Lemon Law ผ่าน ครม. ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง หากสินค้าชำรุดภายในกำหนด, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569, 
https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2939951

เว็บไซต์ droidsans, ครม. ไฟเขียวกฎหมาย Lemon Law คุ้มครองผู้บริโภคยิ่งขึ้น ‘สินค้าพังเปลี่ยนได้ทันที’ ไม่ต้องพิสูจน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569, https://droidsans.com/cabinet-approved-lemon-law-consumer-protection-2026/

เรียบเรียงโดย : นางสาวสุทธิรา  ชมเจริญ วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์
นำข้อมูลเข้าระบบโดย : นางสาวรัชดา พุ่มเจริญ เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์