หากสามีหรือภริยามีชู้จะใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกค่าทดแทน อย่างไร
หากสามีหรือภริยามีชู้จะใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกค่าทดแทน อย่างไร
อ่านให้ฟัง
ปัญหาการนอกใจในชีวิตคู่ถือเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นมากในสังคมปัจจุบัน และเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการหย่า โดยจากข้อมูลเชิงสถิติของสำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประมวลผลโดยกองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึง พ.ศ. 2564 สถิติการหย่าของคนไทยเพิ่มขึ้นจนเกือบจะถึงร้อยละ 50 ของคนที่จดทะเบียนสมรส[1] โดยปรากฏข้อมูล ดังนี้

สถิติการหย่าของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่คู่สมรสจะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างยืนยาวมากกว่า ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวยังพบว่าการนอกใจเป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 2 ของการหย่า นอกจากนี้ ผลสำรวจของเว็บไซต์ World Population Review ในปี พ.ศ. 2566 พบว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่มีการนอกใจมากที่สุดในโลก[2] ถึงแม้ว่าปัญหาเรื่องการนอกใจจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั้งกับบุคคลทั่วไปและบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมตามที่ปรากฏเป็นข่าวดังในหลายกรณี แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มครองคู่สมรสที่ถูกนอกใจให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรส
ที่นอกใจและจากผู้เป็นชู้ได้เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุที่สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้ หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือหากไม่ประสงค์จะฟ้องหย่าแต่ต้องการฟ้องเฉพาะผู้เป็นชู้ กรณีนี้จะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่นอกใจ แต่สามารถเรียกค่าทดแทนจากผู้เป็นชู้ได้ โดยสามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติหลักการในเรื่องดังกล่าวไว้ในหมวด 6 การสิ้นสุดแห่งการสมรส มาตรา 1516 (1) และมาตรา 1523[3] อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นว่าหากสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายกระทำการดังกล่าว สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ ส่วนการกำหนดค่าทดแทนดังกล่าวนั้น ศาลจะพิจารณากำหนดให้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1525[4] โดยศาลจะวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ และศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาตามที่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้ สำหรับในกรณีที่ผู้จะต้องชำระค่าทดแทนเป็นคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่ง ศาลจะคำนึงถึงจำนวนทรัพย์สินที่คู่สมรสนั้นได้รับไปจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่านั้นด้วย
ทั้งนี้ ศาลมีหลักพิจารณาในการกำหนดค่าทดแทนตามภาพสรุปข้อมูล[5] ดังนี้

อนึ่ง การฟ้องชู้ ถือเป็นคดีแพ่ง ต้องพิจารณาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว โดยกระบวนการพิจารณาจะเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกันมากกว่าจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกากรณีการเรียกค่าทดแทน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2562[6]
โจทก์ขอเรียกค่าทดแทนจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้” จากพฤติการณ์ที่สามีโจทก์ไปพบจำเลยที่บ้านเช่าของจำเลยในช่วงเวลากลางคืนบ่อยครั้ง โดยขับรถมาเองหรือมาพร้อมกับจำเลยก็ตาม บางครั้งก็นอนพักค้างคืนที่บ้านจำเลยและกลับออกมาในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น อีกทั้งสามีโจทก์ยังมีกุญแจที่ใช้เปิดประตูเข้าออกบ้านจำเลยได้เองแม้ในยามกลางดึกซึ่งเป็นเวลาที่จำเลยเข้านอนแล้วก็สามารถเข้าบ้านจำเลยโดยไม่ต้องรอให้จำเลยเปิดประตูบ้านให้ อันแสดงให้เห็นว่าจำเลยกับสามีโจทก์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากกว่าที่จะเป็นเพียงนายจ้างหรือลูกจ้างกันตามปกติธรรมดา การที่จำเลยเป็นหญิงที่แต่งงานมีสามีแล้ว ยินยอมให้สามีโจทก์ซึ่งเป็นชายอื่นเข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง รวมทั้งให้มานอนค้างคืนที่บ้านแล้วออกจากบ้านไปช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยบางครั้งมีการแต่งกายออกไปทำงานพร้อมกันย่อมทำให้เพื่อนบ้านหรือบุคคลอื่นที่พบเห็นถึงพฤติกรรมระหว่างจำเลยกับสามีโจทก์เข้าใจได้ว่าจำเลยกับสามีโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการที่จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์แล้ว ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าทดแทนความเสียหายต่อเกียรติยศ ชื่อเสียงทางธุรกิจ ความเดือดร้อนที่ครอบครัวต้องแตกแยก และความทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจ เป็นเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
ในคดีนี้ ศาลได้ใช้หลักพิจารณาในการกำหนดค่าทดแทนแก่โจทก์ตามหลักการข้างต้นเนื่องจาก โจทก์และสามีจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2550 มีบุตรด้วยกัน 2 คน ประกอบธุรกิจในนามบริษัท ส่วนจำเลยทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ซึ่งถือได้ว่าทุกฝ่ายมีฐานะทางสังคมและอาชีพการงานดี โดยโจทก์และสามีมีระยะเวลาที่แต่งงานกันใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลานานและยังมีบุตรร่วมกัน นอกจากนี้ จำเลยย่อมรู้ว่ากำลังเป็นชู้กับสามีของโจทก์เนื่องจากเป็นลูกจ้างในบริษัทและยังแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 1,500,000 บาท แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว สถานะของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และสามีโจทก์ที่ต่างมีปัญหาที่ไม่ลงรอยกันทั้งทางครอบครัวและทางธุรกิจจนแยกกันอยู่มานานหลายปีแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 1,000,000 บาท ซึ่งก็สอดคล้องตามหลักพิจารณาในการกำหนดค่าทดแทนที่กำหนดไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2490/2561[7]
สามีภริยาได้หย่าขาดจากกันแล้ว หากไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ทราบถึงความสัมพันธ์ทำนองชู้สาวนั้น ก็สามารถเรียกค่าทดแทนจากชายอื่นหรือหญิงอื่นได้[8] เนื่องจากการเป็นชู้ดังกล่าวอยู่ในระหว่างที่มีการสมรสกันอยู่ สิทธิในการฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนจากชู้จึงไม่หมดสภาพหรือลบล้างไปเพราะการหย่าขาดจากกัน
บทสรุป
เมื่อเกิดปัญหาการนอกใจในชีวิตคู่ย่อมส่งผลกระทบตามมาอย่างมากมาย ทั้งต่อคู่สมรสที่ย่อมสูญเสียความไว้วางใจ เสียความมั่นใจในตนเอง เกิดความทุกข์ใจ และต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกัน นำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งหรือการใช้ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะบุตรที่ย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจหากบิดามารดาต้องหย่ากัน รวมถึงส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต ซึ่งแม้ว่าจะมีกฎหมายคุ้มครองคู่สมรสที่ถูกนอกใจให้สามารถเรียกค่าทดแทนได้ก็ตามแต่ค่าทดแทนที่ได้รับคงไม่อาจเทียบได้กับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสถาบันครอบครัว นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสังคม เพราะเมื่อเกิดการหย่าทำให้ครอบครัวไม่อาจอยู่ร่วมกันได้เหมือนเดิมทำให้เด็กขาดความอบอุ่นที่ควรได้รับจากครอบครัว อาจถูกชักจูงไปใช้ชีวิตในทางที่ผิดได้โดยง่ายและกลายเป็นปัญหาของสังคมในท้ายที่สุด ดังนั้น ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือคู่สมรสจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องนำกฎหมายมาใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาชีวิตคู่อีกต่อไป
----------------------------------
[1] ไทยรัฐออนไลน์, 4 สาเหตุหลัก คนไทยหย่าร้าง พุ่งเกือบ 50% ของคู่รักจดทะเบียนสมรส, สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566, https://www.thairath.co.th/scoop/infographic/2659743.
[2] “รู้หรือไม่ ไทยติดอันดับประเทศที่มี “การนอกใจ” มากที่สุดในโลก,” สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2566, https://www.sanook.com/news/8959266/.
[3] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (1) และมาตรา 1523 บัญญัติไว้ ดังนี้
“มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ฯลฯ ฯลฯ
มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น
สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้”
“มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ฯลฯ ฯลฯ
มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น
สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้”
[4] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1525 บัญญัติไว้ ดังนี้
“มาตรา 1525 ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 และมาตรา 1524 นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาตามที่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้
ในกรณีที่ผู้จะต้องชำระค่าทดแทนเป็นคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลคำนึงถึงจำนวนทรัพย์สินที่คู่สมรสนั้นได้รับไปจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่านั้นด้วย”
“มาตรา 1525 ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 และมาตรา 1524 นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาตามที่ศาลจะเห็นสมควรก็ได้
ในกรณีที่ผู้จะต้องชำระค่าทดแทนเป็นคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลคำนึงถึงจำนวนทรัพย์สินที่คู่สมรสนั้นได้รับไปจากการแบ่งสินสมรสเพราะการหย่านั้นด้วย”
[5] สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, “จัดการคนนอกใจโดยการเรียกค่าทดแทน,” สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566, https://www.moj.go.th/view/81903.
[6] ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา, สืบค้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566, http://deka.supremecourt.or.th/search.
[7] “ถึงจะหย่ากันแล้วก็สามารถฟ้องชู้ได้,” สืบค้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566, https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=EMKJH.
[8] ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 บัญญัติไว้ ดังนี้
“มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง
เหตุอันจะยกขึ้นฟ้องหย่าไม่ได้แล้วนั้น อาจนำสืบสนับสนุนคดีฟ้องหย่าซึ่งอาศัยเหตุอย่างอื่น”
จัดทำโดย : นางสาวกรรณิกา พัสระ วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานกฎหมาย 2 สำนักกฎหมาย
“มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือมาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง
เหตุอันจะยกขึ้นฟ้องหย่าไม่ได้แล้วนั้น อาจนำสืบสนับสนุนคดีฟ้องหย่าซึ่งอาศัยเหตุอย่างอื่น”
จัดทำโดย : นางสาวกรรณิกา พัสระ วิทยากรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานกฎหมาย 2 สำนักกฎหมาย