เริ่มใช้แล้ว “กฎหมายแรงงาน” เพิ่มสิทธิผู้ใช้แรงงาน วันลาคลอดให้คุณแม่ 120 วัน คู่สมรสลาช่วยภรรยาคลอดบุตร 15 วัน
เริ่มใช้แล้ว “กฎหมายแรงงาน” เพิ่มสิทธิผู้ใช้แรงงาน วันลาคลอดให้คุณแม่ 120 วัน คู่สมรสลาช่วยภรรยาคลอดบุตร 15 วัน

ปัญหาภาวะเด็กเกิดน้อยที่เป็นปัญหาของหลายประเทศทั่วโลก และไทยเป็นหนึ่งใน 23 ประเทศของโลกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวมากที่สุด จำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมากส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต กระทรวงแรงงาน จึงมีการปฏิรูปกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญของประเทศไทย พร้อมทั้งมีการผลักดันพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ ได้เพิ่มวันลาคลอดบุตรจาก 98 วัน เป็น 120 วัน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในระหว่างลาคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานไม่เกิน 60 วัน และเป็นครั้งแรกที่กฎหมายไทยให้สิทธิคู่สมรสลาช่วยภรรยาคลอดบุตรได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน สำหรับกฎหมายฉบับนี้ยังครอบคลุมสิทธิไปถึงลูกจ้างจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป ทั้งค่าแรง วันหยุด และสิทธิการลาให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในการลาได้อย่างเท่าเทียมกัน
โอกาสนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 อย่างถูกต้อง @จันทรา วุฒิสภาไทย จึงขอนำสาระสำคัญของพระราชบัญญัติดังกล่าวมานำเสนอ ดังนี้

ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โดยพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปนั้นเอง โดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ เนื่องจากพระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อเป็นการยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้มีความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 27 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายจึงได้มีการตราพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ขึ้นโดยสรุปสาระสำคัญดังนี้
►เพิ่มสิทธิลาคลอดบุตร ให้คุณแม่เป็น 120 วัน
เพิ่มวันลาคลอดสูงสุดเป็น 120 วัน โดยมาตรา 4 แก้ไขมาตรา 41 เกี่ยวกับการลาคลอดบุตรกำหนดให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน (120 วัน) หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ค่าจ้างระหว่างลา: มาตรา 7 แก้ไขมาตรา 59 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ในวันลาคลอดตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินหกสิบวัน (60 วัน) หรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา (ส่วนที่เหลือสามารถใช้สิทธิจากประกันสังคมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)


►สิทธิลาต่อเนื่องในกรณีบุตรมีภาวะเจ็บป่วยเพิ่มอีก 15 วัน
มาตรา 5 เพิ่มวรรคสี่ของมาตรา 41 อนุญาตให้ลูกจ้างหญิงที่ใช้สิทธิลาคลอดแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีก ไม่เกินสิบห้าวัน (15 วัน) ในกรณีที่บุตรมีภาวการณ์เจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ โดยต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา
►สามีสามารถลาช่วยภรรยาซึ่งคลอดบุตรได้ 15 วัน
สามีหรือคู่สมรสสามารถลาเพื่อช่วยเหลือดูแลภรรยาซึ่งคลอดบุตรและทารกได้ 15 วัน: โดยมาตรา 6 เพิ่มมาตรา 41/1 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตร ครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินสิบห้าวัน (15 วัน) โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลา ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่คลอดบุตร (สิทธิการได้รับค่าจ้างระหว่างลาจะถูกกำหนดไว้ในมาตราอื่น)
►กฎหมายคุ้มครองรวมถึง “ลูกจ้างจ้างเหมาบริการ” ในหน่วยงานรัฐ
มาตรา 3 เพิ่มมาตรา 4/1 กำหนดให้กรณีที่หน่วยงานของรัฐ (เช่น ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ องค์การมหาชน) จ้างบุคคลธรรมดาในลักษณะ จ้างเหมาบริการ หรือลักษณะเดียวกัน โดยมีการควบคุม กำกับ ดูแลการทำงาน หน่วยงานที่จ้างต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับสิทธิไม่น้อยกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยสิทธิที่ต้องได้รับ ได้แก่ ค่าตอบแทนการทำงาน วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี วันลาป่วย วันลาคลอด วันและเวลาทำงาน เวลาพักได้ไม่น้อยกว่าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

| ดังนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานหญิงที่มีครรภ์ให้ได้รับสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกิน 120 วัน ให้ได้รับค่าจ้างตามกฎหมาย และยังได้สิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดมีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตร เพิ่มอีก 15 วัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วย มีความผิดปกติหรือมีภาวะความพิการโดยได้รับค่าจ้างในระหว่างที่ลา ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตร จำนวน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างในระหว่างที่ลา รวมทั้งให้นายจ้างสามารถยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน โดยลดขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานตรวจแรงงานในการส่งแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานเป็นหนังสือให้กับนายจ้างได้เหมาะสมยิ่งขึ้น | ||||
ที่มาข้อมูล
ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568, https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/89818.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568
ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน GCC 1111, ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ คุณแม่ลาคลอดได้ 120 วัน, https://shorturl.asia/HEOb9, สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568
กรมประชาสัมพันธ์, “กฎหมายแรงงาน” เพิ่มสิทธิผู้ใช้แรงงาน เพิ่มวันลาคลอดให้แม่ เป็น 120 วัน คู่สมรสลาช่วยภรรยาคลอดบุตร ได้ 15 วัน, https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/451880, สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568
ที่มาภาพ
https://baby.kapook.com/view251025.html
https://www.facebook.com/thailandlaws/
https://www.pitsanuvej.com/articles/maternal-fetal-medicine
https://money.kapook.com/view198558.html
เรียบเรียงโดย : นางอรวรรณ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์
นำข้อมูลเข้าระบบโดย : นางสาวสรินยา กุลสิวลี เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กลุ่มงานผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์