ริบบิ้นไว้อาลัย
สาระน่ารู้ของ “ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....”  กฎหมายเฉพาะที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย (ตอนที่ 2)

สาระน่ารู้ของ “ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....” กฎหมายเฉพาะที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย (ตอนที่ 2)

สาระน่ารู้ของ “ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....” กฎหมายเฉพาะที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย (ตอนที่ 2)

อ่านให้ฟัง

ตอนที่ 2



 
          6.3 คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด และคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร (ส่วนที่ 3)

                6.3.1 คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด
                         1) กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด
                             กำหนดให้มีคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงาน และประสบการณ์ในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์และด้านสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับบริหารจัดการอากาศสะอาด และกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนขององค์กรภาคประชาสังคม โดยมีสัดส่วนจำนวนกรรมการตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนด และให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมทั้งให้หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการร่วม (ร่างมาตรา 24)
                           2) กำหนดให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด มีหน้าที่และอำนาจที่สำคัญ เช่น จัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ออกประกาศกำหนดเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดกำหนด จัดทำแผนปฏิบัติการในการบริหารจัดการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตประสบมลพิษทางอากาศ กำหนดแนวทางในการตรวจสอบ กำกับและควบคุมการประกอบกิจการ กิจกรรมที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กำหนดแนวทางในการตรวจสอบ การกำกับดูแล การอนุญาต และการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร การเผาในที่โล่งในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ (ร่างมาตรา 25)

                 6.3.2 คณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร
                          1) กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร
                              กำหนดให้มีคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร โดยมี (1) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตำแหน่ง (3) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง (4) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในสังกัดหน่วยงานของรัฐนอกเหนือจาก (3) (5) ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (6) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากบัญชีรายชื่อผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีผลงาน และประสบการณ์ในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมายด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านสุขภาพ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอากาศสะอาด (7) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนภาคประชาสังคม ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์หรือผลงานเป็นที่ประจักษ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการอากาศสะอาด โดยมีสัดส่วนจำนวนกรรมการตามที่พระราชบัญญัตินี้กำหนด และให้ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งในระดับไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองจำนวนไม่เกิน 2 คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ (ร่างมาตรา 27)
                          2) การแต่งตั้ง วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ ตามข้อ 1) (3) (4) (5) (6) และ (7) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 28)
                          3) ให้คณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครมีหน้าที่และอำนาจ เช่นเดียวกับคณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดในเขตกรุงเทพมหานคร (ร่างมาตรา 29)

          7. การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (หมวด 3)
              กำหนดให้คณะกรรมการบริหารจัดการอากาศสะอาด ดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการอากาศสะอาดของประเทศโดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดดัชนีคุณภาพอากาศสะอาด ระบบเฝ้าระวังเพื่อคุณภาพอากาศสะอาด ระบบฐานข้อมูลคุณภาพอากาศแห่งชาติ กรอบแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดและแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพอากาศ และกำหนดให้กรมควบคุมมลพิษร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและจัดทำระบบฐานข้อมูลคุณภาพอากาศแห่งชาติ เพื่อเป็นโครงข่ายศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและรวบรวมข้อมูลคุณภาพอากาศของประเทศ ทั้งข้อมูลพื้นที่ ข้อมูลสถิติ ข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศปัจจุบัน ข้อมูลอากาศเสีย ข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษ ข้อมูลคาดการณ์ ขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่จะได้รับผลกระทบจากมลพิษในอากาศ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือนภัย และการบริหารจัดการคุณภาพอากาศของประเทศ (ร่างมาตรา 31 ถึงร่างมาตรา 37)
 

 

 
       
          8. การลดและควบคุมมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิด
(หมวด 4)
              8.1 มาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด (ส่วนที่ 1)
                    กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายหรือปล่อยทิ้งอากาศเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ ประเภทของแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่จะต้องถูกควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศไม่เกินมาตรฐานประเภทของแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องจัดทำรายงานการปล่อยอากาศ การกำหนดให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศต้องจัดให้มีระบบบำบัดอากาศเสีย อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือการจัดการมลพิษด้วยวิธีการอื่นใด เพื่อควบคุม กำจัด ลด หรือขจัดมลพิษหรือการปล่อยอากาศเสีย ให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายหรือปล่อยทิ้งอากาศเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ โดยห้ามเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ เว้นแต่เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมการระบายหรือปล่อยทิ้งอากาศเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ และให้กรมควบคุมมลพิษเป็นผู้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษทางอากาศและข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ในระบบฐานข้อมูลพื้นฐานของคุณภาพอากาศในบรรยากาศของประเทศ (ร่างมาตรา 38 ถึงร่างมาตรา 41)

              8.2 มาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทเผาในที่โล่ง (ส่วนที่ 2)
                    กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดประกาศกำหนดประเภทรายการการเผาในที่โล่งที่ห้ามดำเนินการเว้นแต่จะรับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยจะต้องคำนึงถึงความรุนแรงของสภาวะมลพิษ ความจำเป็นในการเผาในที่โล่ง และผลกระทบต่อในบริเวณใกล้เคียง
                    นอกจากนี้ สำหรับในเขตจังหวัดต่าง ๆ นั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจกำหนดช่วงระยะเวลาที่จะให้ดำเนินการเผาในที่โล่งหรือพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดอาจกำหนดมาตรการเพื่อจูงใจหรือส่งเสริมการปฏิบัติอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดการเผาในที่โล่งโดยมิได้รับอนุญาต (ร่างมาตรา 42 ถึงร่างมาตรา 45)

              8.3 มาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทยานพาหนะ (ส่วนที่ 3)
                    ยานพาหนะที่จะนำมาใช้จะต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศเกินกว่ามาตรฐานควบคุมการระบายหรือปล่อยทิ้งอากาศเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่กำหนดและให้เจ้าพนักงานอากาศสะอาดมีอำนาจสั่งให้หยุดยานพาหนะเพื่อตรวจสอบมลพิษทางอากาศหากพบว่าฝ่าฝืนมาตรฐานดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานอากาศสะอาดออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะนั้นโดยเด็ดขาดได้
                   นอกจากนี้ เขตท้องที่จังหวัดใดเกิดแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทยานพาหนะ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการลดมลพิษทางอากาศที่เกินมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด และถ้าพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของจังหวัดนั้น หากคุณภาพอากาศในพื้นที่นั้นเกินมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดอย่างต่อเนื่องจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีอำนาจสั่งห้ามการใช้ยานพาหนะ บางประเภท บางชนิด ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งตามความเหมาะสมในพื้นที่นั้น เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกินมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด (ร่างมาตรา 46 ถึงร่างมาตรา 50)

              8.4 มาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดประเภทมลพิษข้ามแดน (ส่วนที่ 4)
                    (1) กำหนดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน หรือรัฐต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ในทางวิชาการหรือทางเทคโนโลยี หรือการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศข้ามแดน รวมทั้งจัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาดเพื่อทราบด้วย (ร่างมาตรา 51)
                   (2) ให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้สินค้า ผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูปหรือสินค้าอื่นใด ที่ผลิตจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศภายนอกประเทศ ที่มีการผลิต การเก็บเกี่ยว หรือการจัดการวัสดุของเสียทางการเกษตร ที่มีการเผาไหม้อันก่อให้เกิดมลพิษข้ามแดนเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการส่งออกหรือในการนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า (ร่างมาตรา 52)
                   (3) กำหนดความผิดกรณีเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศนอกราชอาณาจักรที่ก่อให้เกิหรือมีส่วนก่อให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศแพร่กระจายเข้ามาในราชอาณาจักร จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพอนามัยของประชาชนในราชอาณาจักรไทย ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะอยู่ในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร จะต้องรับผิดชอบร่วมกับผู้กระทำผิดและต้องรับโทษในราชอาณาจักร รวมทั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย ทั้งนี้ การฟ้องร้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดให้มีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่มลพิษทางอากาศเข้ามาในราชอาณาจักร (ร่างมาตรา 53 ถึงร่างมาตรา 60)
 

 
 
 
          9. เขตเฝ้าระวังและเขตประสบมลพิษทางอากาศ (หมวด 5)
              9.1 ในกรณีที่ปรากฏว่าท้องที่ใดมีข้อมูลแสดงถึงแนวโน้มจะเกิดภาวะมลพิษทางอากาศซึ่งอาจเกิดผลกระทบเสียหายต่อสุขภาพหรือคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดหรือคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครมีอำนาจพิจารณาประกาศให้ท้องที่นั้นเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ โดยกำหนดให้กรมควบคุมมลพิษประมวลข้อมูลและส่งข้อมูลผลการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศ และผลการคาดการณ์สถานการณ์มลพิษทางอากาศให้แก่คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดหรือคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาประกาศให้ท้องที่ใดเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศและเมื่อมีการประกาศให้ท้องที่ใดเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ดูแลรับผิดชอบท้องที่นั้น มีอำนาจออกคำสั่งให้บุคคลใดที่เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครองหรือผู้มีหน้าที่ดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศแห่งหนึ่งแห่งใด ในท้องที่จังหวัด ควบคุมลดหรือหยุดหรือระงับการกระทำการที่อาจก่อให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศ และมีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดกระทำหรือร่วมกันกระทำการใด ๆ อันมีผลเป็นการควบคุม ระงับหรือขจัดภาวะมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น (ร่างมาตรา 61)
             
              9.2 กำหนดให้คณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สำหรับการกำหนดให้ท้องที่ใดเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศ ในกรณีที่ปรากฏว่าท้องที่ใดมีภาวะมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องและไม่มีแนวโน้มที่มลพิษทางอากาศลดลง หรือเกิดปัญหาซ้ำซากต่อเนื่องหลายฤดูกาล ให้กรมควบคุมมลพิษเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดเพื่อพิจารณาประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้ท้องที่นั้นเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารจัดการอากาศสะอาดประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 62)
 
              9.3 เมื่อมีการประกาศให้ท้องที่ใดเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศ ให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดหรือคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษทางอากาศภายใน 60 วัน เพื่อประโยชน์ต่อการเร่งรัดจัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับติดตามการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตประสบมลพิษทางอากาศในราชการส่วนภูมิภาค และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำกับดูแลในราชการส่วนกลาง รวมทั้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับติดตามในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด หรือคณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานครจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในเขตประสบมลพิษทางอากาศเสนอต่อคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดและคณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาดทุก 6 เดือน จนกว่าจะมีการประกาศยกเลิกเขตประสบมลพิษทางอากาศ เมื่อมีการเร่งรัดแก้ไขจัดการปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศจนสถานการณ์มลพิษทางอากาศกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ให้คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัด คณะกรรมการอากาศสะอาดกรุงเทพมหานคร และกรมควบคุมมลพิษเสนอผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดเพื่อพิจารณาออกประกาศยกเลิกเขตประสบมลพิษทางอากาศ (ร่างมาตรา 63 ถึงร่างมาตรา 66)

          10. เครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด (หมวด 6)
               10.1 กำหนดเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล หรือชุมชน ในการป้องกัน บำบัด ขจัดหรือลดมลพิษทางอากาศ หรือส่งเสริมให้มีอากาศสะอาด ได้แก่ มาตรการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ภาษีอากรสำหรับอากาศสะอาด ค่าธรรมเนียมการจัดการมลพิษทางอากาศ การกำหนดและโอนสิทธิในการระบายมลพิษทางอากาศ การประกันความเสี่ยง มาตรการอุดหนุน สนับสนุน หรือส่งเสริมบุคคลหรือกิจกรรมสำหรับอากาศสะอาดและเครื่องมือหรือมาตรการอื่นที่คณะกรรมการนโยบายอากาศสะอาดประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด (ร่างมาตรา 67)

              10.2 กำหนดให้ค่าธรรมเนียมและรายได้ต่าง ๆ ตามความในหมวดนี้ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้นำส่งเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นงบประมาณอุดหนุนและสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ และเขตประสบมลพิษทางอากาศ (ร่างมาตรา 69)
 

 
 

          11. เจ้าพนักงานอากาศสะอาด (หมวด 7)
                กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่งตั้งเจ้าพนักงานอากาศสะอาดขึ้นเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีอำนาจที่สำคัญ เช่น มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริงหรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบหรือเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจเข้าไปในอาคาร หรือสถานที่ใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของอาคารหรือสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบ ควบคุม หรือสั่งให้ยุติการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยสามารถดำเนินการจนกว่าจะแล้วเสร็จ (ร่างมาตรา 70
ถึงร่างมาตรา 71
)

          12. ความรับผิดทางแพ่ง (หมวด 8)
               12.1 กำหนดให้ผู้ที่ก่อให้เกิดหรือเป็นแหล่งกำเนิดของการรั่วไหล หรือแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัย หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหายด้วยประการใด ๆ ผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าเสียหายเพื่อการนั้น ไม่ว่าการรั่วไหล หรือแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าอันตรายหรือความเสียหายนั้นไม่ได้เกิดขึ้นหรือเป็นผลจากการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของมลพิษ หรือพิสูจน์ได้ว่ามลพิษเช่นว่านั้น เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของบุคคลอื่น (ร่างมาตรา 72)

              12.2 กำหนดให้ผู้ที่กระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือซ่อมแซมหรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติหรือความหลากหลายทางชีวภาพที่เสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงสภาพเดิมไม่ว่าการกระทำนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของบุคคลอื่น (ร่างมาตรา 73)
 
          13. โทษอาญา (หมวด 9)
                 กำหนดโทษอาญาสำหรับความผิดต่าง ๆ โดยผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกหรือปรับ เช่น ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือขัดขวางการกระทำตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครที่ดูแลท้องที่เขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ (ร่างมาตรา 78) แพร่หรือไขข่าวที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับอันตรายจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศใดโดยมีเจตนาที่จะทำลายชื่อเสียงหรือความไว้วางใจของสาธารณชนต่อการดำเนินกิจการโดยชอบด้วยกฎหมาย ของแหล่งกำเนิดมลพิษนั้น (ร่างมาตรา 81)

          14. มาตรการปรับเป็นพินัย (หมวด 10)
                กำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยสำหรับความผิดทางพินัยต่าง ๆ เช่น หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศปล่อยทิ้งอากาศเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดจะต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 100,000 บาท (ร่างมาตรา 88)
 
          15. บทเฉพาะกาล
                กำหนดบทเฉพาะกาล เช่น กำหนดให้ในระหว่างที่ยังไม่มีการออกกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในส่วนที่เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 97) ให้มีการจัดทำ นโยบายและแผนแม่บทการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดที่ปลอดภัยต่อระบบสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใน 90 วัน นับแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 100) และต้องมีการจัดทำกรอบแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและเชื่อมโยงกับนโยบายสำคัญของประเทศภายใน 120 วันนับแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 102)

          บทสรุป
          การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถือเป็นการยกระดับการบริหารจัดการคุณภาพอากาศและการควบคุมมลพิษอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกำหนดกลไกการบริหารจัดการทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้เกิดระบบการวางแผนและการดำเนินงานเพื่อลดสาเหตุการเกิดมลพิษที่แหล่งกำเนิด และมีการประสานงานกันระหว่างคณะกรรมการตามกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีระบบการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เพื่อจัดการคุณภาพอากาศในพื้นที่รับผิดชอบ การพัฒนามาตรฐานคุณภาพอากาศ ระบบการประเมินคุณภาพอากาศ ระบบการเฝ้าระวัง และระบบการเตือนภัย กฎหมายฉบับนี้จึงถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการในเชิงระบบ สร้างเครื่องมือและมาตรการทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวสามารถรองรับและแก้ไขสถานการณ์ปัญหามลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป






-------------------------------------
จัดทำโดย : นางสาวกรรณิกา พัสระ  วิทยากรเชี่ยวชาญ กลุ่มงานกฎหมาย 2 สำนักกฎหมาย
นำข้อมูลเข้าสู่ระบบโดย : นางสาวกัณฐิกา สีจา เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส กลุ่มงานผลิตเอกสารเผยแพร่ สำนักประชาสัมพันธ์
ที่มาภาพ : https://www.freepik.com/
                   https://pixabay.com/