พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
อ่านให้ฟัง

ปัจจุบันรูปแบบอาชญากรรมทางการเงินได้พัฒนาไปอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มอาชญากรไม่เพียงแต่โอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังแปลงสภาพเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) โดยมิจฉาชีพจะโยกเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลโดยใช้วิธีให้ม้าไปเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล จากนั้น นำเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อไปซื้อ Cryptocurrency ชื่อ usdt หรือชื่อ Bitcoin แล้วโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ระบบสร้างขึ้นมา ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เนื่องจากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ระบบสร้างขึ้นมาจะปกปิดเจ้าของของกระเป๋าเงินที่แท้จริง จะใช้ชื่อที่ระบบสร้างขึ้นมา เช่น xxyz จากนั้น มิจฉาชีพก็จะโอนเงินต่อไปเป็นทอด ๆ รูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัล จึงถูกใช้เพื่อฟอกเงินหรือโอนเงินข้ามประเทศ หรือขายในตลาดมืดโดยที่ไม่มีใครรู้จักใคร เนื่องจากไม่มีระบบจดบันทึกเหมือนการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารซึ่งทำทำให้การติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงินทำได้ยากยิ่งขึ้น
รัฐบาลจึงได้ตราพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ขึ้นโดยมีเหตุผลสำคัญ คือ เพื่อกำกับและควบคุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่นอกประเทศไทย แต่มีการให้บริการแก่บุคคลในไทย ซึ่งที่ผ่านมาผู้กระทำความผิดมักโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปยังแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายไทย พระราชกำหนดฉบับนี้จึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติที่ให้บริการแก่ลูกค้าในไทย ในลักษณะที่มีการชักชวน หรือ โฆษณาด้วยวิธีการใด ๆ กับบุคคลในไทย ต้องขออนุญาตตามกฎหมายไทย โดยหากฝ่าฝืนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมอาจปิดกั้นการเข้าถึงได้
ทั้งนี้ พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 และสมาชิกวุฒิสภาได้พิจารณา ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดฉบับดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 176 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี โอกาสนี้ @จันทรา วุฒิสภาไทย ขอนำเสนอสาระสำคัญของพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 พร้อมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษา มานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบ
.png)
หลักการและเหตุผลของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
โดยที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักรแต่ให้บริการแก่บุคคลซี่งอยู่ในราชอาณาจักรยังไม่มีการควบคุมตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ทำให้มีการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว ส่งผลต่อการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการตรวจสอบและระงับการทำธุรกรรม รวมทั้งการติดตามและนำเงินมาคืนแก่ผู้เสียหายทำได้ยาก สมควรกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดนี้ และโดยที่มาตรการดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน
โดยที่ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักรแต่ให้บริการแก่บุคคลซี่งอยู่ในราชอาณาจักรยังไม่มีการควบคุมตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ทำให้มีการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าว ส่งผลต่อการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการตรวจสอบและระงับการทำธุรกรรม รวมทั้งการติดตามและนำเงินมาคืนแก่ผู้เสียหายทำได้ยาก สมควรกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักรต้องได้รับอนุญาตตามพระราชกำหนดนี้ และโดยที่มาตรการดังกล่าวเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน

สาระสำคัญของพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
1) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักรไทยแต่ให้บริการแก่บุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรไทย เว้นแต่เป็นการให้บริการตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
2) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักรไทยที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการให้บริการแก่บุคคลซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร
(1) การแสดงผลโดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นภาษาไทย
(2) มีการจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยใช้ชื่อโดเมน “.th” หรือ “.ไทย” หรือชื่ออื่นที่หมายถึงประเทศไทย ราชอาณาจักร หรือราชอาณาจักรไทย หรือใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย
(3) มีการกำหนดโดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้ผู้ใช้บริการชำระเงินหรือสามารถเลือกชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท หรือมีการรับชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย
(4) มีเงื่อนไขให้ใช้กฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือกำหนดให้ดำเนินคดีในศาลไทย
(5) มีการจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรไทยเข้าถึงบริการของผู้ประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะ
(6) มีการจัดตั้งสำนักงาน หน่วยงาน หรือมีบุคลากรเพื่อให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรไทย
(7) มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา
1. การตราพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เป็นไปตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ
2. การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของกฎหมายไทย เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ในโลกดิจิทัลที่มีลักษณะไร พรมแดน และมีการเชื่อมโยงธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว เพิ่มความคุ้มครองและกลไกการเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานภาครัฐในการติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้ครอบคลุมขึ้น
3. พระราชกำหนดดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของคำนิยามโดยกำหนดให้ครอบคลุมถึงการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งประเด็นการทำธุรกรรมซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามพระราชกำหนดดังกล่าว หากเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล จากคริปโทเคอร์เรนซี เป็น Digital Token ประเภท NFT (Non-Fungible Token) หรือแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ๆ จะมีหลักเกณฑ์ติดตามการทำธุรกรรมดังกล่าวได้หรือไม่ อย่างไร
4. พระราชกำหนดฉบับนี้บังคับใช้กับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักร แต่มีการให้บริการแก่บุคคลในไทย แต่ไม่สามารถบังคับใช้ในกรณีที่บุคคลในประเทศไทยไปใช้บริการผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลนอกราชอาณาจักร ผู้ลงทุนที่ใช้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงในการเป็นเส้นทางผ่านเงินของผู้กระทำความผิดที่ต้องการฟอกเงินได้
5. นอกจากการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์นอกราชอาณาจักรที่มีการให้บริการแก่บุคคลในราชอาณาจักรต้องจดทะเบียนขออนุญาตตามกฎหมายไทย แล้วควรกำหนดแพลตฟอร์มต่างประเทศต่าง ๆ ที่มีการให้บริการในราชอาณาจักรจดทะเบียนขออนุญาตตามกฎหมายไทย เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

ประโยชน์ที่ได้จากการตรากฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะนำมาซึ่งประโยชน์ในทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง เช่น สามารถช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เกิดการต่อยอดในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ ๆ ออกสู่ท้องตลาด เกิดการขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และเกิดการจ้างงานในสาขาใหม่ ๆ เช่น นักโฆษณาสินค้าทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการเอื้ออำนวยต่อการลงทุนธุรกิจข้ามพรมแดน แต่ในขณะเดียวกันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็ทำให้ปัญหอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเงินซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาล โดยเงินและทรัพย์สินที่อาชญากรได้มาจากกระทำความผิดจะถูกนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพในหลากหลายรูปแบบเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้กลายเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการฟอกเงิน ในที่สุดเงินและทรัพย์สินนั้นก็จะย้อนกลับไปเป็นทุนให้แก่เหล่าอาชญากรนำมาประกอบอาชญากรรมซ้ำต่อไป
ด้วยความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินด้วยวิธีการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีมูลค่ามากถึง 7.36 หมื่นล้านบาท จึงได้มีการตราพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ใช้บังคับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ดังนั้น พระราชกำหนดดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ในด้านความมั่นคง และเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไป
แม้ว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะนำมาซึ่งประโยชน์ในทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง เช่น สามารถช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ เกิดการต่อยอดในการผลิตสินค้าและบริการใหม่ ๆ ออกสู่ท้องตลาด เกิดการขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และเกิดการจ้างงานในสาขาใหม่ ๆ เช่น นักโฆษณาสินค้าทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการเอื้ออำนวยต่อการลงทุนธุรกิจข้ามพรมแดน แต่ในขณะเดียวกันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็ทำให้ปัญหอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้นและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเงินซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาล โดยเงินและทรัพย์สินที่อาชญากรได้มาจากกระทำความผิดจะถูกนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพในหลากหลายรูปแบบเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้กลายเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการฟอกเงิน ในที่สุดเงินและทรัพย์สินนั้นก็จะย้อนกลับไปเป็นทุนให้แก่เหล่าอาชญากรนำมาประกอบอาชญากรรมซ้ำต่อไป
ด้วยความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟอกเงินด้วยวิธีการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีมูลค่ามากถึง 7.36 หมื่นล้านบาท จึงได้มีการตราพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ใช้บังคับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ดังนั้น พระราชกำหนดดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ในด้านความมั่นคง และเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่อไป

.............................................................
ที่มาข้อมูล
บันทึกการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568, สืบค้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568, https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=OAA66
ราชกิจจานุเบกษา, พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568, สืบค้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568, https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/67321.pdf
รายงานการพิจารณาศึกษาพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568, สืบค้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568, https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=MGY7L
เอกสารประกอบการพิจารณาพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (สภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติแล้ว), สืบค้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568, https://qr.senate.go.th/sh/f/?k=FO20A
ที่มาภาพ
องค์กรใหญ่ควรรับมือกับอาชญากรรมทางไซเบอร์กันอย่างไร?, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568,
https://www.ais.th/en/business/news-and-activity/articles/2022-2025_Cybercrime
Accounting Informayion System, บทที่ 7 อาชญากรรมและจริยธรรมทางคอมพิวเตอร์, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568,
https://aisacc35943n.blogspot.com/2019/09/7.html
Exploring the paradoxical rise and uncertain future of crypto, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568,
https://www.information-age.com/exploring-paradoxical-rise-uncertain-future-of-crypto-19191/
What Are Crypto Exchanges And how Do They Work, สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568,
https://www.forbes.com/advisor/in/investing/cryptocurrency/what-is-a-crypto-exchange/
เรียบเรียงโดย :นางสาวฉัตรกแก้ว หงอสุวรณ์ วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานผลิตเอกสารเผยแพร่ สำนักประชาสัมพันธ์
นำข้อมูลเข้าสู่ระบบโดย :นางสาวกัณฐิกา สีจา เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส กลุ่มงานผลิตเอกสารเผยแพร่ สำนักประชาสัมพันธ์