• ความตัดกันของสี default black white yellow black
  • ปรับขนาดตัวอักษร smaller default bigger
แบนเนอร์ภาพข่าววุฒิสภา / สนช.
ค้นข่าวย้อนหลัง:

ภาพ - ข่าว

 

วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2562 นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๔๑ และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมการอภิปรายที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม (Parity Debate) ณ สาธารณรัฐเซอร์เบีย


วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 9.00 – 11.00 นาฬิกา ณ แอมฟิเธียเตอร์ ชั้น Ground อาคารบี ศูนย์การประชุมซาวา กรุงเบลเกรด สาธารณรัฐเซอร์เบีย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๔๑ และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมการอภิปรายที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม (Parity Debate) ซึ่งจัดขึ้นโดยสหภาพรัฐสภาสตรี ในโอกาสการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 141 ภายใต้หัวข้อ “#ไม่มีการกีดกันหรือการล่วงละเมิดทางเพศรวมถึงการใช้ความรุนแรงในรัฐสภาประเทศของฉัน : ยุทธศาสตร์ระดับประเทศและระดับภูมิภาค” (#Not In My Parliament: National and regional strategies) โอกาสนี้ นางสุวรรณีฯ ได้ร่วมอภิปรายต่อที่ประชุมว่า “ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 219 บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้บังคับแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร โดยในการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ ให้รับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ไม่ห้ามสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกำหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน โดยมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้บัญญัติห้ามสมาชิกรัฐสภาชัดเจน โดยห้ามมิให้กระทำการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทำให้ผู้ถูกกระทำได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะจำต้องยอมรับในการกระทำนั้น
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอยู่ระหว่างการจัดทำข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมแห่งสภา โดยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 และข้อบังคับการประชุมสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ให้นำข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2553  และข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. 2553  มาใช้บังคับกับสมาชิกและกรรมาธิการของทั้งสองสภาตามลำดับโดยอนุโลม โดยบัญญัติว่าสมาชิกและกรรมาธิการจักต้องไม่แสดงพฤติกรรมคุกคามหรือระรานทางเพศต่อผู้ใด และมีกรรมการจริยธรรมทำหน้าที่ควบคุมให้เป็นไปตามจริยธรรมโดยรับเรื่องร้องเรียนและสอบสวน รวมทั้งพิจารณาลงโทษสมาชิกที่ฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม จะเห็นว่า หากพิจารณาจากมุมมองของการมีข้อบัญญัติทางกฎหมาย ประเทศไทยมีการดำเนินการแล้ว ในตอนท้าย นางสุวรรณีฯ ได้เสนอแนะว่า หากสหภาพรัฐสภาต้องการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในรัฐสภาอย่างจริงจัง อาจพิจารณาจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อให้รัฐสภาแต่ละประเทศประเมินตนเองในแต่ละปีและแจ้งข้อมูลให้กับสหภาพรัฐสภาทราบ ซึ่งจะเป็นหนึ่งกลไกในการป้องกันปัญหาดังกล่าว”