• ความตัดกันของสี default black white yellow black
  • ปรับขนาดตัวอักษร smaller default bigger
แบนเนอร์ภาพข่าววุฒิสภา / สนช.
ค้นข่าวย้อนหลัง:

ภาพ - ข่าว

 

ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ร่วมบันทึกรายการ “เกาะติดวุฒิสภา”

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.20 นาฬิกา ณ ห้องบันทึกเสียง ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ร่วมบันทึกรายการ “เกาะติดวุฒิสภา” ในประเด็น “การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....” โดยได้กล่าวถึงสาระสำคัญว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ดังต่อไปนี้ 1. แก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์อายุเด็กซึ่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด จากอายุยังไม่เกินสิบปี เป็นอายุยังไม่เกินสิบสองปี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 73 วรรคหนึ่ง) 2. แก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์อายุเด็กในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการสำหรับเด็ก จากอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี เป็นอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 74) ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมฯ ได้พิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้ว เห็นด้วยกับการแก้ไขเกณฑ์อายุในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญาซึ่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด จากอายุยังไม่เกินสิบปี เป็นอายุยังไม่เกินสิบสองปี รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์อายุเด็กในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการสำหรับเด็ก จากอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี เป็นอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี เนื่องจากเด็กเป็นวัยที่ต้องมีพัฒนาการ มีความแตกต่างจากวัยผู้ใหญ่ทั้งด้านกายภาพ ด้านสติปัญญาที่แสดงออกมาผ่านพฤติกรรมต่างๆ เป็นช่วงวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องมีผู้ดูแลหรือมีผู้ปกครองตามกฎหมายให้การดูแลเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนจนกว่าถึงวัยที่สามารถดูแลตนเองได้และไม่ต้องมีผู้ปกครอง ดังนั้น การนำเด็กที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่อายุยังน้อยจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งต่อตัวเด็ก ครอบครัว สังคม และประเทศ ซึ่งจากสถิติการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน พบว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีอายุระหว่าง 10-12 ปี ส่วนใหญ่เป็นฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ และรองลงมาคือฐานความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และความผิดเกี่ยวกับเพศ ส่วนเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีอายุระหว่าง 12-14 ปี ส่วนใหญ่เป็นฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ รองลงมาคือฐานความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย และยาเสพติดให้โทษ
     นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงกิจกรรม “วุฒิสภา ศรัทธาความดี” ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูบุคคลที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมส่วนรวม ผู้มีจิตสาธารณะ ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสร้างแรงจูงใจให้ประชาชน หน่วยงาน องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนตระหนักถึงความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคคลที่ทำประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยคณะกรรมาธิการฯ จะเดินทางลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามและเยี่ยมชมวิถีการดำรงชีวิตและการดำรงตนของบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมในด้านต่างๆ รวมทั้งการมอบโล่เกียรติคุณให้กับบุคคลต้นแบบเหล่านี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลอย่างรอบด้านที่เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม และเพื่อรวบรวมเป็นข้อมูล อันจะนำมาสู่การขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
     สามารถติดตามรับฟังรายการ "เกาะติดวุฒิสภา " ได้ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา FM 87.50 MHz และ 14 เครือข่ายทั่วประเทศ และช่องทางสื่อออนไลน์วุฒิสภา