เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้   
 
 ญัตติ เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 
 ประเภทญัตติ ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 
 วันที่มีการเสนอญัตติ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ 
 ผู้เสนอ นายสมสิทธิ์ ศิริเจริญไชย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์
นายเพิ่มพูน ทองศรี สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดบุรีรัมย์ 
 ผู้รับรองญัตติ จำนวน ๒๐ คน 
 สาระสำคัญ ขอให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานตามภารกิจ ภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่วุฒิสภามีมติแต่งตั้ง 
 วันที่วุฒิสภาพิจารณาญัตติ
การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันศุกร์ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔
 ผลของการพิจารณา - ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้งดใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ ๗๖ วรรคสอง เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณี แล้วตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จำนวน ๒๕ คน 
 การพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ โดยวุฒิสภา การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันอังคารที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๔๖
     - ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับรายงานพร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ สว ๐๐๐๗/๒๖๑๐ ลงวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๖
    - สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือที่ นร ๐๕๐๓/๙๘๗๙ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๖ แจ้งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทราบว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ รับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการดังกล่าว และมอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ รับไปพิจารณาดำเนินการแล้วแจ้งให้สำนักคณะรัฐมนตรีทราบเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 
 สาระสำคัญของรายงาน                                         สรุปการศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
     ทุ่งกุลาร้องไห้มีพื้นที่ประมาณ ๒.๑ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด คือ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ และสุรินทร์ สภาพเดิมมีปัญหาความแห้งแล้งในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝน อีกทั้งคุณภาพดินส่วนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและเป็นดินเค็มไม่ค่อยเหมาะต่อการทำการเกษตร ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มีความยากจนสูง เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้ดีขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดย  กรมพัฒนาที่ดินจึงได้เริ่มจัดหาแผนพัฒนาการเกษตรกรรมในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยทำการสำรวจดินและวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ และได้จัดทำแผนแม่บทพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและได้รับอนุมัติแผนแม่บทนี้ในปี ๒๕๒๒ และเริ่มดำเนินการโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นมา
     หลังการดำเนินการตามแผนแม่บท ๔ ฉบับ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๔ - ๒๕๔๔ ในปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้มีรายได้และความเป็นอยู่  ดีขึ้น โดยเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ อย่างไรก็ตามการพัฒนายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามแผนแม่บทเดิมที่กำหนดไว้ โดยรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ยังต่ำกว่าเกษตรกรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในกลางปี ๒๕๔๐ ทำให้บทบาทภาคเกษตรมีความสำคัญมากขึ้น จึงควรมีการจำแนกที่ดินเพื่อพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้อย่างต่อเนื่องและหลากหลายตามความต้องการของประชาชนต่อไป
สภาพปัจจุบันและปัญหา
     จากรายงานของกรมพัฒนาที่ดิน เรื่อง ทรัพยากรดินและความเหมาะสมของการใช้ทรัพยากรดินสำหรับการปลูกข้าวในบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้ สภาพปัจจุบันของทุ่งกุลาร้องไห้ ร้อยละ ๙๐ เป็นที่ลุ่ม และเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะประกอบอาชีพการทำนา ถึงร้อยละ ๘๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ปัญหาในอดีตของทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อพิจารณาถึงการใช้ที่ดินเพื่อการทำนาแล้ว จะพบว่ามีปัญหามากมายนับตั้งแต่ผลผลิตต่ำ อันเนื่องจากปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์เป็นทรายจัด บางส่วนเป็นดินเค็ม และบางส่วนดินมีคุณสมบัติเป็นกรด ปัญหาน้ำไม่สามารถควบคุมน้ำได้ ขาดแคลนน้ำตอนต้นฤดูเพาะปลูก น้ำท่วมตอนปลายฤดูเพาะปลูก และแห้งแล้งในฤดูแล้ง ปัญหาเรื่องพันธุ์ข้าวไม่เหมาะสมกับลักษณะดิน และปัญหาการถือครองที่ดิน มีการถือครองแบบมือเปล่าโดยไม่มีกรรมสิทธิ์ทำให้เกษตรกรไม่มั่นใจในการลงทุน อาทิ การปรับปรุงดิน และการใช้เทคนิคสมัยใหม่ ฐานการผลิตแคบ กล่าวคือ ส่วนใหญ่จะมีอาชีพที่ขึ้นอยู่กับการทำนาเพียงอย่างเดียว ขาดรายได้จากผลิตผลอย่างอื่นมาทดแทนไม่ว่าจะในรูปของไร่นาสวนผสม หรืองานอาชีพ  อื่น ๆ  ขาดแคลนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่สมบูรณ์ ขาดเส้นทางคมนาคม ระบบนิเวศวิทยาที่เสียไปจากการที่ป่าไม้ในที่ดอนหรือป่าโคกถูกทำลายมาก จะเป็นสาเหตุหนึ่งของการขยายตัวของพื้นที่ดินเค็ม
โครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙)
สถานการณ์ทั่วไป
     หลังจากที่ประเทศไทยต้องประสบกับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจในกลางปี ๒๕๔๐ คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวทุ่งกุลาร้องไห้ต้องกลับไปพึ่งพาภาคเกษตรกรรมเพื่อการดำรงชีพแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเกิดภาวะคนว่างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ในอันที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรชาวทุ่งกุลาร้องไห้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น การเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจและหลังการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ เกษตรกรชาวทุ่งกุลาร้องไห้ยังคงล้าหลังทางด้านรายได้และความเป็นอยู่เป็นอย่างมาก
     เมื่อพิจารณารายได้เงินสดจากการเกษตร จะพบว่ารายได้เงินสดทางการเกษตรของเกษตรกรโดยเฉลี่ยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราเพิ่มขึ้นต่อปีประมาณร้อยละ ๘.๗๘ สูงกว่าเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งมีอัตราเพิ่มต่อปีประมาณร้อยละ ๗.๑๘ แสดงว่าแม้ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้จะมีโครงการด้านการพัฒนาการเกษตร และใช้เวลาดำเนินการโครงการเป็นระยะเวลานานถึง ๑๙ ปี ก็ตาม ระดับรายได้เงินสดทางการเกษตรยังไม่อาจสูงขึ้นเท่าเทียมเกษตรกรโดยเฉลี่ยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและนับวันจะยิ่งมีระยะห่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ยุทธศาสตร์การพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ในอนาคต
          กลยุทธ์ที่ ๑  การพัฒนาในส่วนของรัฐ ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่และต่อเนื่องจากการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๕๔๔
          กลยุทธ์ที่ ๒  การมีส่วนร่วมของประชาชนกับรัฐในการเพิ่มศักยภาพทรัพยากรธรรมชาติ และโครงสร้างพื้นฐานนำการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ในอนาคตระหว่างปี ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙ เพื่อให้การแก้ปัญหาทุ่งกุลาร้องไห้ในส่วนของรัฐที่ยังดำเนินการไม่บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามแผนแม่บทฉบับเดิม ให้สามารถดำเนินการส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ โดยเน้นการพัฒนาที่นำไปสู่การเกษตรแบบผสมผสานหรือในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว และอาจเพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานนั้นให้สามารถมีการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ยั่งยืนและทั่วถึงเป็นธรรม
     สาระสำคัญของแผนแม่บทโครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ (พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙)
วัตถุประสงค์
     ๑) เพื่อพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ได้แก่ แหล่งน้ำ ดิน ป่าไม้ และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ประโยชน์ของชุมชน มีสภาพเหมาะสมและเอื้ออำนวยให้การผลิตทางการเกษตรมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน
     ๒) เพื่อขยายและพัฒนาเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ให้มีประสิทธิภาพในการผลิตที่สูงขึ้น  และมีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง  พร้อมพัฒนาระบบการค้าที่ก่อประโยชน์ให้แก่เกษตรกรสูงขึ้น
     ๓) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนสร้างอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้  ทั้งภาคเกษตร  อุตสาหกรรมในครัวเรือน  และอื่น ๆ  เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร โดยเฉลี่ยให้พอเพียงต่อการเลี้ยงดูครอบครัวและมีรายได้ต่อเนื่องที่มั่นคง
เป้าหมาย
     เป้าหมายการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ พ.ศ.๒๕๔๕ – ๒๕๔๙   เน้นการเพิ่มรายได้  ทั้งจากการผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือน และอื่น ๆ  เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ฯ ให้เท่าเทียมหรือใกล้เคียงกับรายได้ของเกษตรกรโดยทั่วไปเฉลี่ยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปีสิ้นสุดโครงการฯ  (พ.ศ.๒๕๔๙) ซึ่งการพัฒนาจะต้องสามารถสร้างรายได้เพิ่มต่อปีในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๕ -๒๐ 
การดำเนินการ
     ๑) สถานที่ดำเนินการ ดำเนินการพัฒนาในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ทั้งหมดประมาณ ๒.๑ ล้านไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ในจังหวัดร้อยเอ็ด ๙๘๖,๘๐๗ ไร่จังหวัดสุรินทร์  ๕๗๕,๙๙๓ ไร่ จังหวัดมหาสารคาม ๑๙๓,๘๙๐ ไร่  จังหวัด ศรีสะเกษ  ๒๘๗,๐๐๐  ไร่  และจังหวัดยโสธร  ๖๔,๐๐๐  ไร่
     ๒) ระยะเวลาดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ พ.ศ.๒๕๔๕ – ๒๕๔๙  เป็นช่วงเวลาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙
แนวทางการพัฒนา
     ๑. แผนสาขาพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ  เพื่อพัฒนาให้ทรัพยากร ธรรมชาติในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ กลับสู่สภาพอุดมสมบูรณ์ ทั้งด้านดิน น้ำ และป่าไม้
     ๒. แผนสาขาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิ เพื่อพัฒนาให้ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งผลิตข้าวขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพการผลิตสูง  ผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 
     ๓. แผนสาขาส่งเสริมอาชีพ เพื่อพัฒนาให้เกษตรกร มีอาชีพรองอื่น ๆ ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือน 
     ๔. แผนสาขาประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน  ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจการดำเนินงานของโครงการให้เกษตรกรมีความเข้าใจ มีส่วนร่วมและยอมรับในแนวทางการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะดำเนินงาน ตลอดจนมีความตระหนักและเข้าใจในการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเหมาะสม  
     ๕. แผนสาขาติดตามและประเมินผลโครงการ ศึกษาติดตามผลการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ในแผนการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ให้ได้ข้อมูลสำหรับพิจารณา ปรับปรุงแก้ไข ปรับปรุงแผนที่จะดำเนินการต่าง ๆ ไปให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้ และประเมินวัดผลสำเร็จในการดำเนินงานโดยรวมของแผนพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ระยะที่ ๔ ทั้งหมด
ข้อสังเกต  ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ  
๑. จากการศึกษาแผ่นแม่บทโครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๕–๒๕๔๙) พบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความตั้งใจที่สูงมากในอันที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพของเกษตรกรในทุ่งกุลาร้องไห้ขึ้นมาใน ๕ ลักษณะ คือ
     ๑) เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิในสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ และ กข. ๑๕ จาก ๒๖๐ กก./ไร่ เป็น ๕๕๐ กก./ไร่
     ๒) เพื่อเพิ่มอาชีพหลังการทำนาปี โดยการทำไร่นาสวนผสม/การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหม การทำปศุสัตว์ ฯลฯ
     ๓) เพื่อปรับปรุงบำรุงรักษาสภาพแวดล้อม/สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อให้การดำเนินการตามข้อ ๑ และ ๒ เป็นไปอย่างยั่งยืน โดยการจัดหา/บำรุงรักษาทรัพยากรดิน/น้ำและป่าไม้
     ๔) เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ และทั่วโลกและเพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้จักสินค้าของโครงการและสถานที่ท่องเที่ยวในโครงการที่มีอยู่เดิม
     ๕) เพื่อเพิ่มมาตรการการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา/ความต้องการของประชาชนในอนาคต
     อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ต่างกรรมต่างวาระ ได้มีการเสนอว่าควรจะเน้นเรื่องการทำปศุสัตว์ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้มากขึ้น ทั้งในรูปของการเลี้ยงโคเนื้อ/โคขุน การเลี้ยงนกกระจอกเทศ และการทำการประมงให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังฤดูทำนาปี ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างงานขึ้นในทุ่งกุลาร้องไห้อย่างต่อเนื่องได้ทั้งปี
๒. จากการศึกษาแผนแม่บทของโครงการพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ปี พ.ศ.๒๕๔๕–๒๕๔๙ ที่ได้ผ่านการดำเนินการตามโครงการศึกษาความต้องการและแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งดำเนินการและส่งมอบงานโดยบริษัท เทสโก้ จำกัด เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๔ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาที่ดิน ผลการศึกษาดังกล่าวพบว่าประชาชนชาวทุ่งกุลาร้องไห้ให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการพัฒนาที่จัดทำขึ้นโดยภาครัฐตามแผนแม่บทดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยสรุปรวม ๙ ข้อ ดังนี้
     ๑) ให้มีการประสานงานการมีส่วนร่วมรูปแบบไตรภาคีจากเครือข่ายภาคีการพัฒนาทุกระดับ
     ๒) จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเป็นที่ปรึกษาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อย่างมีส่วนร่วม
     ๓) ให้ศูนย์ปฏิบัติการโครงการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นเจ้าของโครงการฝึกอบรม ซึ่งรวมการฝึกอบรมตามแผนแม่บทฯ เข้าเป็นกลุ่มตามความต้องการท้องถิ่น โดยคาดว่าจะประหยัดงบประมาณได้ ๑๐–๑๕% ดังนี้
     ๔) อาจใช้ศูนย์ฝึกอบรมทุ่งกุลาร้องไห้ มูลนิธิประสานงานความร่วมมือพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ณ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสถานที่อบรม
     ๕) ลำดับความสำคัญเร่งด่วนตามความต้องการท้องถิ่นของโครงการในแผนแม่บทฯ ตามแผนงานพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
       ลำดับที่ ๑ : โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ
       ลำดับที่ ๒ : โครงการพัฒนาการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
       ลำดับที่ ๓ : โครงการฟื้นฟูปรับปรุงสภาพป่าและสิ่งแวดล้อม
       ลำดับที่ ๔ : โครงการพัฒนาที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้
     ๖) ลำดับความสำคัญเร่งด่วนความต้องการท้องถิ่นของโครงการในแผนแม่บทฯ ตามแผนงานปรับปรุงประสิทธิภาพข้าวหอมมะลิ ได้แก่
       ลำดับที่ ๑ : โครงการเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจการตลาดผลิตผลการเกษตรของสหกรณ์
       ลำดับที่ ๒ : โครงการปรับปรุงที่นา
       ลำดับที่ ๓ : โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิ
       ลำดับที่ ๔ : โครงการสร้างแหล่งน้ำในไร่น้ำ
       ลำดับที่ ๕ : โครงการพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิในเขตุทุ่งกุลาร้องไห้
     ๗) อนึ่ง อาจรวมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิ และโครงการพัฒนาการผลิตข้าวหอมมะลิในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ตามความเห็นของส่วนกลางเข้าเป็นโครงการเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณ โดยปรับเป็นโครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิในเขตทุ่งกุลาร้องไห้
     ๘) ลำดับความสำคัญเร่งด่วนตามความต้องการท้องถิ่นของโครงการในแผนแม่บทฯ ตามแผนงานส่งเสริมอาชีพ มีดังนี้
       ลำดับที่ ๑ : โครงการส่งเสริมกิจกรรมการผลิตและการตลาดสินค้าทุ่งกุลาร้องไห้
       ลำดับที่ ๒ : โครงการไร่นาสวนผสม
       ลำดับที่ ๓ : โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
       ลำดับที่ ๔ : โครงการพัฒนาการผลิตไหมไทย
       ลำดับที่ ๕ : โครงการนำร่องกองทุนไม้ผลไม้ยืนต้นเพื่อพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ ระยะที่ ๔
     ๙) กระบวนการมีส่วนร่วมในรูปเครือข่ายจากภาคีการพัฒนาทุกระดับทั้งประชาชน องค์กรชุมชนและองค์กรบริหารส่วนตำบล ในการคิด การจัดเตรียมความพร้อม และการบริหารจัดการโครงการ เป็นความต้องการท้องถิ่นที่สำคัญลำดับแรก ๆ และเป็นความเห็นจากส่วนกลางที่จะต้องดำเนินการตั้งแต่การริเริ่มดำเนินโครงการในแผนแม่บทฯ จนถึงขั้นดำเนินการและติดตามประเมินผลโครงการนั้น ๆ 
 มติที่ประชุมวุฒิสภา  
 ค้นหารายละเอียดของรายงาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้
สำนักกรรมาธิการ ๑
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา 
 ผลการปฎิบัติตามญัตติ  
    
 

hacked