|
องค์กรขนาดเล็กถึงใหญ่ในปัจจุบันกำลังประสบกับปัญหาการขยายตัวที่รวดเร็วของข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างที่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของอีเมล์ วิดีโอ รูปภาพขณะที่การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ ได้คาดการณ์ในปี 2563 ข้อมูลจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2552 ถึง 42 เท่า และภายใน 3 ปีต่อจากนั้น คาดว่าทั่วโลกจะมีแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1 พันล้านแอพพลิเคชั่น
แจ็ค ดอมม์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ในฐานะผู้บุกเบิกด้านระบบจัดเก็บข้อมูลเสมือนมาเป็นเวลาหลายปี กล่าวว่า บริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐาน ซึ่งขณะนี้เราได้สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบป้องกันและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล โดยการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศที่สามารถใช้งานได้ เพื่อให้ลูกค้ามีมุมมองแบบ 360 องศาสำหรับจัดการปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดทางธุรกิจได้
สิ่งที่ทำให้เรามีความแตกต่างจากผู้จำหน่ายรายอื่นๆ คือ เรานำเสนอขอบเขตการทำงานแบบเปิดที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถแปรรูปศูนย์ข้อมูลให้กลายเป็นศูนย์สารสนเทศในแนวทางของตนเองได้ด้วยการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่โดยไม่ยึดติดกับผู้จำหน่ายรายใด ทั้งนี้ บริษัทตระหนักดีกว่า องค์กรธุรกิจควรนำข้อมูลดิบที่กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ มารวมไว้ภายในแพลทฟอร์มเดียว ทำให้การเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศที่มีความอัจฉริยะล้วนมีความสำคัญ ตามทิศทางสังคมธุรกิจในปัจจุบันที่อยู่กับนวัตกรรม (Social Innovation Business)ที่หลอมรวมเทคโนโลยีไอทีเข้ากับโซลูชั่นเชิงนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม และผลักดันการเข้าสู่ยุคใหม่ของการสื่อสารระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน
มิโนรุ โคซุเกะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) ฝ่ายแพลทฟอร์มธุรกิจสำหรับบริษัทระบบสารสนเทศและโทรคมนาคม บริษัท ฮิตาชิ จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความตั้งใจพัฒนาโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับบริการคลาวด์ การจัดการข้อมูลขนาดมหึมา เครือข่ายสื่อสารระหว่างอุปกรณ์การจัดการอุปกรณ์ และระบบควบคุมต่างๆ ซึ่งจะเอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถด้านสารสนเทศอัจฉริยะให้กับภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบเส้นทางรถไฟและการขนส่ง การพัฒนาเมือง และอื่นๆ ซึ่งในท้ายที่สุดก็จะนำมาซึ่งสังคมที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลที่เพิ่มอย่างมหาศาลดังกล่าวอีกทั้งองค์กรต่างๆ ยังต้องเผชิญหน้ากับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ทรัพยากรที่ใช้ในการจัดการน้อยลง ทำให้ฝ่ายไอทีไม่สามารถดูแลจัดการข้อมูลได้อย่างง่ายดายซึ่งจะต้องมีระบบเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลมีหลายมิติ และสามารถมองเห็นโซลูชั่นที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้งานได้ ซึ่งการมีกลยุทธ์ที่ผสมผสานรวมในลักษณะนี้ ก็เพื่อใช้ในการต่อสู้กับข้อมูลขนาดมหึมา ทำให้ผู้นำด้านไอทีจำเป็นต้องมีแพลทฟอร์มที่สามารถช่วยองค์กรให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลที่ตนมีอยู่ได้ฮิตาชิ เผยกลยุทธ์
ทั้งนี้ ถ้ากล่าวถึงระบบคลาวด์ บริษัทใช้กลยุทธ์รวมเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล เครือข่ายจำนวนมากที่ใช้ทรัพยากรแบบผสานรวมและเสมือนจริงเข้าไว้ด้วยกัน และสามารถปรับขยายได้ตามความต้องการ โดยนำเสนอในรูปของโครงสร้างพื้นฐานไดนามิก และแพลทฟอร์มเดียว สำหรับข้อมูลที่สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับบริการคลาวด์ต่างๆ เช่น ระบบจัดเก็บข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน แพลทฟอร์ม และแม้แต่ซอฟต์แวร์แบบบริการ (Software-as-asService)
ปัจจุบันบริษัทกำลังช่วยลูกค้าสร้างระบบคลาวด์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบจัดเก็บข้อมูล ซอฟต์แวร์ การบริการการคำนวณ และโซลูชั่นศูนย์ข้อมูลแบบผสานรวมที่ครอบคลุม ประกอบด้วย เทคโนโลยี Hitachi Cloud Services, Hitachi Cloud Solution Packages และพอร์ทัลการจัดการระบบคลาวด์ที่จะช่วยให้ลูกค้าจัดการและควบคุมสภาพแวดล้อมของข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง และนำเสนอบริการสำหรับไฟล์และ SharePoint แก่ผู้ใช้ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ตลอดจนลดเวลาและปริมาณข้อมูลที่ต้องสำรองและกู้คืนอีกด้วย
Hitachi Cloud Services เป็นการให้บริการคลาวด์แบบส่วนตัวภายใต้การบริหารจัดการในสถานที่ปฏิบัติการของลูกค้าเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณเมื่อถูกใช้งานจริง (PayPer-Use) ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายการลงทุน ในด้านการจัดการไฟล์และ/หรือข้อมูล SharePoint และเพิ่มขีดความสามารถในการใช้พนักงานไอทีของตนได้อย่างสูงสุด ประกอบด้วย Hitachi Cloud Service for Private File Tiering, Hitachi Cloud Service for File Serving, Hitachi Cloud Service for Microsoft SharePoint Archiving
นอกจากนี้ บริษัทสามารถใช้เครื่องมืออัจฉริยะด้านข้อมูลช่วยในการจัดทำดัชนีข้อมูลค้นหา และสืบค้นข้อมูลในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการวงจรชีวิต และความอิสระจากแอพพลิเคชั่น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญของระบบคลาวด์ โดยเนื้อหาสามารถใช้บริการในหลายรูปแบบ เช่น การเก็บข้อมูลถาวรและการสร้างเนื้อหาในรูปแบบบริการ (Content-as-a-Service)จะเห็นได้ว่าเมื่อเนื้อหาไม่ยึดติดกับแอพพลิเคชั่นที่สร้างเนื้อหานั้นขึ้นมา การค้นหา แบ่งปัน และใช้งานข้อมูลก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น ตลอดจนสามารถสร้างมูลค่าจากข้อมูลได้เพิ่มสูงขึ้นด้วย
ช่วงชีวิตของข้อมูลบางชนิดอาจมีระยะเวลา 30 ปี หรือมากกว่านั้น ในขณะที่แอพพลิเคชั่นที่สร้างข้อมูลอาจมีอายุเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลเป็นอิสระจากแอพพลิเคชั่นและสื่อข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เนื้อหามีความคล่องตัว สามารถเข้าถึงและจัดการได้อย่างเหมาะสมโดยไม่มีข้อผูกมัด
นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการของบริษัทบลูอาร์ก (BlueArc) เมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้สร้างการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างระบบคลาวด์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานและระบบคลาวด์สำหรับเนื้อหาโดยอาศัยความเชี่ยวชาญของบริษัทบลูอาร์ก ในด้านระบบเสมือนจริงที่ยึดตามไฟล์การแบ่งระดับชั้นอัจฉริยะแบบในตัว รวมทั้งความสามารถด้านการย้ายข้อมูลอัตโนมัติสำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง
การเข้าซื้อกิจการก่อนหน้านี้ และการผสานรวมเข้ากับกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไฟล์เนื้อหา และกลุ่มข้อมูลจะช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างของตนด้วยการเข้าถึง ค้นหา เก็บรักษา รวมไว้เป็นระบบเดียวและเก็บข้อมูลถาวรทั้งหมดได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสนับสนุนการสร้างมุมมองที่รวดเร็ว
บริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีผ่านการเข้าซื้อบริษัท พาราสเกล (ParaScale) เมื่อเดือนสิงหาคม 2554 เพื่อช่วยสร้างข้อมูลสารสนเทศภายใต้ระบบคลาวด์ ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถผสานรวมเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญได้ การทำสำเนา และการรวมข้อมูลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาลเข้าด้วยกันแล้วจึงใช้การวิเคราะห์อัจฉริยะ จะทำให้องค์กรสามารถแยกแยะและได้รับมูลค่าจากข้อมูลของตนเพิ่มมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีของบริษัท พาราสเกลเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบคลาวด์
นอกเหนือจาก Hitachi Virtual Storage Platform (VSP), ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูง (NAS) จากบริษัท บลูอาร์ก และผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อื่นๆยังสามารถแสดงรูปแบบต่างๆ ที่สัมพันธ์กันระหว่างชุดข้อมูล และถ่ายทอดออกมาเป็นสารสนเทศที่พร้อมใช้งานและสร้างมุมมองใหม่ๆให้แก่ผู้ใช้ทางธุรกิจ โดยสามารถนำสารสนเทศดังกล่าวไปใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่มีภาวะกดดันสูง อย่างเช่น ธุรกิจสุขภาพและวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพการวิจัยพลังงานโครงสร้างพื้น-ฐานทางสังคม และอื่นๆ--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์เทเลคอม แอนด์ อินโนเวชั่น เจอร์นัล ฉบับวันที่ 19 - 25 ธ.ค. 2554— |