ประวัติวุฒิสภา
  โครงสร้างวุฒิสภา
  บทบาทอำนาจหน้าที่
  ประธานวุฒิสภา
  รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
  รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
  สมาชิกวุฒิสภา
  วีดีทัศน์บทบาทอำนาจหน้าที่
  เข้าสู่หน้าหลัก
  คณะกรรมาธิการการกีฬา
  คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
  คณะกรรมาธิการการคมนาคม
  คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน
  คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา
  คณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา
  คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว
  คณะกรรมาธิการการปกครอง
  คณะกรรมาธิการการพลังงาน
  คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน
  คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้...
  คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ
  คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม
  คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรค...
  คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม
  คณะกรรมาธิการการศึกษา
  คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา
  คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหา...
  คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้าง...
  คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม
  คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้...
  กลุ่มงานคณะกรรมาธิการวิสามัญ๑
  กลุ่มงานคณะกรรมาธิการวิสามัญ๒
  คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา
  คณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม เร่งรัด ประเมินผลการแก้ไขปัญ...
  คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาพื้นที่ล...
  คณะกรรมการจริยธรรรมวุฒิสภา
รัฐสภา วุฒิสภา ถ่ายทอดสดการประชุม สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
 
ค้นหาสมาชิก  
รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
สมาชิกวุฒิสภา
 
เอกสารประกอบการ
พิจารณาร่างพ.ร.บ.
รับชมการประชุม
วุฒิสภาย้อนหลัง
สิทธิประโยชน์ของ
สมาชิกวุฒิสภา
คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ
ประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา
การยื่นบัญชีแสดงรายการ
ทรัพย์สินของสมาชิกวุฒิสภา
ระบบสืบค้นข้อมูลด้าน
การติดตามและประมวลผล
งานของวุฒิสภา
รายงานคณะกรรมาธิการสามัญ และอนุกรรมาธิการ
- วุฒิสภา
- สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ข้อมูลระบบรัฐสภา
ต่างประเทศ
ผู้นำนักประชาธิปไตย
วุฒิสภา
บทบาทอำนาจหน้าที่วุฒิสภา
ฉบับการ์ตูน
กฤตภาคข่าววุฒิสภา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
constitution
วุฒิสภากับงานกลั่นกรองกฎหมาย
ขอเชิญส่งผลงาน
ภาพจิตรกรรมเข้าร่วมประกวด
 

จำนวนผู้เข้าชม
ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2548


 

๖ .  อำนาจหน้าที่อื่น ๆ

อำนาจหน้าที่อื่น ๆ ของวุฒิสภานี้  ส่วนมากจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในนามของ “ รัฐสภา ” ทั้งการที่ต้องกระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาและไม่ต้องประชุมร่วมกัน เช่น

๖.๑  การพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

๖.๒  การพิจารณา  การรับทราบรายงานประจำปีของหน่วยงาน

๖.๓  ด้านต่างประเทศ

๖.๔  ด้านการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

๖.๑  การพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

อำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วุฒิสภาต้องกระทำร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ทั้งการเสนอและพิจารณาดังนี้

            ๑)    การเข้าชื่อเสนอ

สมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่โดยลำพังได้  ต้องเข้าชื่อร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา  นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร  คณะรัฐมนตรี หรือประชาชน (ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน) มีสิทธิเสนอได้ด้วย           

            ๒)    การพิจารณา

วุฒิสภา  และสภาผู้แทนราษฎรต้องประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาในฐานะรัฐสภา โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็นสามวาระ   แต่ละวาระจะดำเนินการไปตามหลักทั่วไปของการพิจารณาร่างกฎหมายที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น   เว้นแต่รายละเอียดการลงมติในแต่ละวาระ  ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นพิเศษ  กล่าวคือ

วาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ

การลงมติต้องใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

วาระที่ ๒ ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา 

การลงมติการออกเสียงลงคะแนน ให้ถือเอาเสียงข้างมาก   ในกรณีที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อเสนอ  ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่ เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมด้วย

เมื่อการพิจารณาวาระที่ ๒ เสร็จสิ้นแล้ว ให้รอไว้ ๑๕ วัน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ ๓

วาระที่ ๓ การให้ความเห็นชอบ

การลงมติออกเสียงลงคะแนน ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

            ๓)  การนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

เมื่อการลงมติได้เป็นไปตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว คือเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ  ก็จะดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อบังคับใช้ต่อไป

๖.๒  การพิจารณา  การรับทราบรายงานประจำปีของหน่วยงาน

การพิจารณาเรื่องสำคัญอื่น ๆ ที่วุฒิสภาต้องพิจารณาร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมของรัฐสภา เช่น

๑ ) การปรึกษาร่างกฎหมาย ซึ่งพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทาน คืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้น ๙๐ วัน แล้วมิได้พระราชทานคืนมา

๒ ) การรับฟังการแถลงนโยบายและชี้แจง การดำเนินการตามแนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ของคณะรัฐมนตรีก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน

๓ ) การอภิปรายทั่วไป เพื่อเสนอความคิดเห็น ในกรณีที่มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งคณะรัฐมนตรีขอรับฟังความคิดเห็น

๔ ) การรับฟังคำชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา

ส่วนภารกิจที่วุฒิสภากระทำได้เองโดยลำพัง(ไม่ต้องกระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา)  เช่น  การรับทราบผลการปฏิบัติงานประจำปีของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น

๑)  รับทราบรายงานประจำปีของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหาร ราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

๒)  รับทราบรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท

๓)  รับทราบรายงานของคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน ในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงครามหรือการรบ (ที่กำหนดไว้สำหรับ หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด) ซึ่งคณะรัฐมนตรีนำไปใช้ในรายการที่แตกต่าง จากที่กำหนดไว้ ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

๔)  รับทราบรายงาน ของคณะรัฐมนตรีในกรณีที่มีการโอน หรือนำรายจ่ายตามงบประมาณที่กำหนดไว้ (ในรายการใด) ไปใช้ในรายการอื่นของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

๕)  รับทราบรายงานของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเงินรายได้ของหน่วยงานของรัฐใดที่ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

๖) รับทราบรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติหน้าที่พร้อมข้อสังเกต

๗) รับทราบรายงานประจำปีของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกี่ยวกับผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติ หน้าที่พร้อมข้อสังเกต

๘) รับทราบรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๙) รับทราบข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุง กฎหมาย และกฎของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑๐) รับทราบรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

๑๑ ) รับทราบข้อมูลและให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับหนังสือ สัญญากับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศที่มีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ และพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญาดังกล่าว เช่น  การสมัครเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม  (Paris  Convention for  the  Protection of Industrial  Property)  หรือการให้ความเห็นชอบสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent  Cooperation Treaty)  เป็นต้น

๖.๓  ด้านต่างประเทศ

ภารกิจด้านต่างประเทศ  เป็นอำนาจหน้าที่หนึ่งที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรง  แต่เป็นภารกิจที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าภารกิจอื่นใด 

ภารกิจด้านต่างประเทศนี้ วุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน  ซึ่งนอกจากเพื่อประโยชน์ของรัฐสภาในการเสริมสร้างศักยภาพทางกฎหมาย  และเพื่อความร่วมมือของรัฐสภาเพื่อผลประโยชน์บางอย่างแล้ว  ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์  ระหว่างสมาชิกรัฐสภาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  ซึ่ง ภารกิจด้านต่างประเทศมีหลายประการ  เช่น การเดินทางไปร่วมประชุม การไปเยือน   ไปศึกษาดูงาน การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม การต้อนรับผู้มาเยือน เป็นต้น ซึ่งการปฏิบัติภารกิจด้านต่างประเทศในด้านการประชุมนี้    ส่วนใหญ่สมาชิกสภาฯจะดำเนินการในนาม “ สมาชิกรัฐสภาไทย ” โดยผ่านองค์กรรัฐสภาระหว่างประเทศ เช่น

๑)  สหภาพรัฐสภา (Inter – Parliamentary Union : IPU) ซึ่งเป็นองค์การความร่วมมือระหว่างรัฐสภานานาประเทศ มีประเทศสมาชิกมากว่า ๑๔๐ ประเทศ ซึ่งองค์กรนี้ให้ความใส่ใจด้านความมั่นคงและความปลอดภัยระหว่างประเทศ โดยได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมแผนสันติภาพและกระบวนการของประชาชน ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสหภาพรัฐสภาหลายครั้ง เช่น ในปี พ.ศ.๒๔๙๙  พ.ศ.๒๕๓๐ และ พ.ศ.๒๕๓๔ รวมทั้งการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ ๑๐ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓  เป็นต้น  

๒)  สหภาพสมาชิกรัฐสภาเอเชียและแปซิฟิก (Asian – Pacific  Parliamentarians'  Union : APPU) เพื่อให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งอิสรภาพ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติสุข  และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืน  ของทวีปเอเชียและแปซิฟิก ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและด้านอื่น ๆ  องค์กรนี้ มีสมาชิกเกือบ ๓๐ ประเทศ  

๓)  องค์การรัฐสภาอาเซียน (ASEAN Inter – Parliamentary   Organization : AIPO) จัดตั้งตั้งขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคีของกลุ่มประเทศอาเซียน  ให้ใกล้ชิดระหว่างประเทศอาเซียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมมาแล้วถึง ๕ ครั้ง คือ ปี พ.ศ.๒๕๒๒  พ.ศ.๒๕๒๗ พ.ศ.๒๕๓๔ พ.ศ.๒๕๓๙  และ พ.ศ.๒๕๔๔

๔)  การประชุมรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Parliamentary  Forum ภาภาคพื้นเอเซียและแปซิฟิก กเปลี่ยนวัฒนธิสุขและความครั้ง เช่น ปี ๒๔๙๙ , ๒๕๓๐ ๒๕๓๔ และ ๒๕๔๓  เป็นต้นสนุนและส่งเสริมแผนส : APPF) เป็นองค์การ  การประชุมของสมาชิกรัฐสภาในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้หารือร่วมกัน ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ของภูมิภาค  หลักยุคสงครามเย็น  และที่เป็นผลจากการเติบโตและการรวมตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคกับส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย  สิทธิเสรีภาพของพลเมืองและสันติภาพ  ภายในภูมิภาคด้วย องค์กรนี้มีสมาชิก ๒๕ ประเทศ  โดยไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ครั้งที่ ๔ ในวันที่ ๑๕-๑๙ มกราคม ๒๕๓๙   เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเพื่อวัตถุประสงค์ในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปัจจุบัน  ทุกประเทศต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของเศรษฐกิจ  เป็นอันดับแรก เพราะเศรษฐกิจมักจะเป็นมูลเหตุของปัญหาต่างๆ   และถึงแม้ว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ  การค้าจะเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร  แต่ก็ต้องอาศัยฝ่ายนิติบัญญัติ  คอยกระตุ้นเตือนรวมทั้งผลักดันรัฐบาลให้เร่งดำเนินการ  เพื่อประโยชน์ในการเสนอมาตรการ  ทางด้านนิติบัญญัติ  ให้สอดรับ  สนับสนุน กับมาตรการแนวใหม่นอกจากนี้  ยังเพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างศักยภาพ  ทางกฎหมาย  และเพื่อความร่วมมือของรัฐสภา  ในการพัฒนากฎหมายร่วมกัน

๖.๔  ด้านการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยนี้ แม้ว่าสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง (๗๔ คน)  จะมาจากการสรรหา  แต่ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา  ต่างก็เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย  ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ของปวงชนชาวไทย หน้าที่ดังกล่าวจึงครอบคลุมถึง  การรับทราบและสะท้อนปัญหา  ความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน โดยวุฒิสภาจะเป็น “ สื่อกลาง ” ในการนำปัญหา ความเดือดร้อน และความต้องการดังกล่าวของประชาชน ไปบอกกล่าวให้ฝ่ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี) ได้รับทราบ เพื่อแก้ไขปัญหาและความเดือดร้อนดังกล่าว

*****************

ไพโรจน์ โพธิไสย. บทบาทอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐. กรุงเทพฯ : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, ๒๕๕๑.